ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
กลับสู่ศูนย์และคลินิก
ศูนย์ความเป็นเลิศโรคเบาหวานธรรมศาสตร์

ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์

ศูนย์ความเป็นเลิศโรคเบาหวานธรรมศาสตร์

ศูนย์เบาหวานครบวงจรด้วยทีมสหวิชาชีพ ลดอัตราการตัดเท้าจาก 34.5% เหลือ 2.1% และนวัตกรรม REMI สำหรับสตรีตั้งครรภ์

วิสัยทัศน์และอัตลักษณ์แห่งความเชี่ยวชาญ

ศูนย์ความเป็นเลิศโรคเบาหวานธรรมศาสตร์ (TDC) เป็น 1 ใน 9 ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ภายใต้โครงสร้าง "COE-Summit" (ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพธรรมศาสตร์) เรามุ่งเน้นการปฏิรูปการดูแลผู้ป่วยเบาหวานจากความซับซ้อนสู่มาตรฐานการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

พันธกิจหลัก 4 ประการ (Strategic Pillars): TDC ขับเคลื่อนองค์กรผ่านยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในทุกมิติของการรักษา:

  1. Excellence in Care: ให้บริการรักษาและส่งเสริมสุขภาพแก่กลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยเบาหวานด้วยมาตรฐานระดับสากลและความใส่ใจ
  2. Research & Innovation: บูรณาการงานวิจัยและเทคโนโลยีอันทันสมัยเพื่อยกระดับผลลัพธ์ทางการรักษา
  3. Education: สนับสนุนการเรียนการสอนเพื่อผลิตบุคลากรการแพทย์และพยาบาลที่มีศักยภาพสูงสู่สังคม
  4. Academic Leadership: เป็นองค์กรทางวิชาการที่ชี้นำสุขภาวะที่ดีแก่ชุมชนและประชาชนอย่างยั่งยืน

ค่านิยม "THAMDEE": รากฐานแห่งความเชื่อมั่น เรายึดถือค่านิยม "THAMDEE" เป็นหัวใจในการปฏิบัติงานเพื่อส่งมอบมอบคุณค่าที่ดีที่สุดแก่ผู้รับบริการ:

T

Thammasat / Team / Together

พลังแห่งความร่วมมือระหว่างบุคลากรและผู้ป่วย เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ยั่งยืน

H

Holistic Approach

การดูแลที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิตแบบองค์รวม

A

Awareness / Area Network

การสร้างความตระหนักรู้และการขยายโครงข่ายการดูแลสุขภาพให้เข้าถึงชุมชน

M

Mastermind

การวางแผนการรักษาอย่างมืออาชีพโดยยึดถือผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (People/Customer Focus)

D

Diabetes prevention and treatment

การป้องกันและรักษาโรคเบาหวานอย่างเป็นระบบ (System Perspective)

E

Excellent performance

การมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นเลิศและวัดผลได้จริง (Focus on Result)

E

Excellent Center

การธำรงมาตรฐานความเป็นศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศ


บริการทางการแพทย์แบบครบวงจร

TDC มุ่งเน้นการดูแลรักษาด้วยทีมสหวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) เพื่อรับมือกับความท้าทายของโรคเบาหวานในทุกระยะ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนสูง (High Risk, High Cost)

กลุ่มผู้ป่วยที่เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ:

  • Type 2 Diabetes (T2D): การจัดการผู้ป่วยจำนวนมากด้วยมาตรฐานที่แม่นยำ (High Volume Care)
  • Gestational Diabetes (GDM): การดูแลเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยของมารดาและทารก
  • Type 1 Diabetes (T1D): การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และการจัดการภาวะแทรกซ้อนที่ละเอียดอ่อน
  • DM Foot Ulcer: การดูแลแผลเท้าเบาหวานเพื่อลดอัตราความพิการและการสูญเสียอวัยวะ

เส้นทางการดูแลผู้ป่วยแบบไร้รอยต่อ (The Seamless Patient Journey) เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างรวดเร็ว ศูนย์ฯ ได้กำหนดเกณฑ์การส่งต่อ (Endocrine Consultation Criteria) สำหรับผู้ป่วยจากแผนกอายุรกรรมทั่วไปที่มีอาการซับซ้อนดังนี้:

  • ภาวะฉุกเฉิน: เช่น DM Emergency, Severe Hypoglycemia หรือภาวะเลือดเป็นกรด (DKA/HHS)
  • เบาหวานควบคุมยาก: มีระดับน้ำตาลสะสม A1C > 9% หรือจำเป็นต้องเริ่มใช้ยานอกบัญชียาหลัก
  • กลุ่มเฉพาะทาง: สตรีตั้งครรภ์ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ (Uncontrolled GDM) หรือเป็นเบาหวานก่อนตั้งครรภ์
  • ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง: ผู้ป่วยแผลเท้าเบาหวานที่ต้องนอนโรงพยาบาล หรือมีปัญหาซับซ้อนหลายระบบ

ผลงานที่น่าภาคภูมิใจและตัวชี้วัดความสำเร็จ

ดัชนีชี้วัดความเป็นเลิศทางคลินิก:

  • Metabolic Control Success: ด้วยการปรับปรุงผ่านระบบ DALI ทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายการควบคุมไขมัน (LDL) เพิ่มขึ้นถึง 30% และการควบคุมความดันโลหิต (BP) เพิ่มขึ้น 19% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล (NHANES USA) อย่างมีนัยสำคัญ
  • Efficiency in Screening: ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองภาวะแทรกซ้อนที่เท้า โดยสามารถดำเนินการได้บรรลุถึง 130% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • Unprecedented Growth: จำนวนผู้ป่วย OPD เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 335% ในรอบ 10 ปี สะท้อนถึงความไว้วางใจที่ผู้ป่วยมีต่อศูนย์ฯและโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ
  • Prestigious Recognition: รางวัลชนะเลิศอันดับ 3 จากกิจกรรมวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day Activity 2018) โดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและนวัตกรรมเพื่อผู้ป่วย

นวัตกรรมการดูแลแผลเท้าเบาหวาน (DM Foot Ulcer) และความปลอดภัยของผู้ป่วย

  • Superior Outcomes: ด้วยการใช้ Caremap มาตรฐานและทีมสหวิชาชีพ ทำให้สามารถลดอัตราการตัดเท้า (Major Amputation) ของผู้ป่วยลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 34.5% เหลือเพียง 2.1% ในปี 2566 ซึ่งต่ำกว่า benchmark อย่างชัดเจน แม้ในบริบทของผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
  • Safety Innovation: เราได้พัฒนาแบบฟอร์ม DUE (Drug Use Evaluation) SGLT2i ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านความปลอดภัยเชิงรุก เพื่อป้องกันการเกิดภาวะ DKA ในโรงพยาบาล ตอกย้ำการดูแลที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด
  • Infection Control: สามารถลดอัตราการติดเชื้อดื้อยาในผู้ป่วยแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน ที่นอนโรงพยาบาลลงจาก 0.96 เหลือเพียง 0.28 ต่อ 1000 วันนอน ในปี 2567

นวัตกรรม REMI สำหรับสตรีตั้งครรภ์ (GDM) ท่ามกลางการเติบโตของผู้ป่วย GDM ที่เพิ่มขึ้นถึง 3.3 เท่า (X3.3) TDC ได้พัฒนานวัตกรรมที่ได้รับความสำคัญระดับสากล:

  • International Recognition: งานวิจัยแอปพลิเคชัน REMI ได้รับการตอบรับให้เป็น Poster Presentation ณ งานประชุม IDF (International Diabetes Federation) Thailand 2025
  • Smart Access: ลดความถี่ในการเดินทางมาโรงพยาบาลของผู้ป่วยลงจาก 12.2 ครั้ง เหลือเพียง 6.3 ครั้ง โดยยังคงประสิทธิภาพการควบคุมระดับน้ำตาลได้สูงถึง 86.68%

เครือข่ายวิชาการและการพัฒนาที่ยั่งยืน

TDC มุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพในระดับภูมิภาค

ยุทธศาสตร์การพัฒนา (Strategic Roadmap 2568-2576):

  • ระยะสั้น (2568-2569): จัดตั้ง DM Remission Clinic เพื่อเป้าหมายการรักษาเบาหวานให้สงบ และเริ่มระบบ Nurse Case Manager สำหรับแผลเท้าเบาหวาน
  • ระยะกลาง (2570-2573): ยกระดับการบริการสู่ One-stop service สำหรับการคัดกรองภาวะแทรกซ้อนเบาหวาน ณ แผนกผู้ป่วยนอกอายุรกรรม
  • ระยะยาว (2573-2576): ขยายเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้โรคเบาหวาน (CDE) ให้ครอบคลุมทุกแผนกอายุรกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยทุกราย

ข้อมูลการติดต่อและที่ตั้ง

  • สถานที่ตั้ง: ชั้น 3 อาคารกิตติวัฒนา โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ (TUH)
  • โทรศัพท์: 02-926-9033, 02-926-9062