ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
กลับสู่หน้าข่าวสาร

“da Vinci” หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

1 นาที6 ครั้งที่อ่าน
แชร์:

“da Vinci” หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เทคโนโลยีล้ำสมัย

เพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด และอีกทางเลือกของผู้ป่วย


TUH_5645.webp


ในยุคแห่งเทคโนโลยีล้ำสมัย “หุ่นยนต์” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการแพทย์โดดเด่นและน่าสนใจ คือ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด “da Vinci” ซึ่งในประเทศไทยมีโรงพยาบาลเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เริ่มใช้เทคโนโลยีนี้เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดในบริเวณที่ “ลึก” หรือ “เข้าถึงยาก” ได้อย่างละเอียดและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้มีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci แล้ว โดยเป็น รุ่นใหม่ล่าสุด และได้เริ่มดำเนินการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าค่อนข้างดีมาก นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด

ในระยะแรก เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยในการผ่าตัดผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะ มะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นอวัยวะที่อยู่ใน “อุ้งเชิงกราน” พื้นที่บริเวณนี้มีลักษณะค่อนข้างแคบ และเข้าถึงได้ยาก หากศัลยแพทย์ต้องใช้มือเข้าไปผ่าตัดในบริเวณดังกล่าวจะมีข้อจำกัดหลายด้าน ดังนั้น ในการผ่าตัดที่แคบและต้องการความละเอียดสูง หุ่นยนต์ da Vinci จึงเข้ามาช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดได้อย่างคล่องตัวขึ้น ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และทำงานได้อย่างมั่นใจมากขึ้นในตำแหน่งที่ซับซ้อน

การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีลักษณะ คล้ายการผ่าตัดผ่านกล้อง คือแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก และใช้กล้องที่มีเทคโนโลยีสูงในการช่วยมองเห็น แต่ความแตกต่างสำคัญคือ ในการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ศัลยแพทย์จะนั่งอยู่ที่คอนโซล เพื่อควบคุมเครื่องมือที่ติดตั้งอยู่กับแขนหุ่นยนต์ ผ่านภาพที่ได้จากกล้อง วิธีนี้ช่วยให้เครื่องมือผ่าตัดมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เคลื่อนไหวได้คล่องตัวมากขึ้น และสามารถตอบสนองต่อการสั่งการได้แบบเรียลไทม์

ระบบของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ แขนหุ่นยนต์ (Robotic Arms) ที่ติดตั้งเครื่องมือผ่าตัดและกล้อง ส่วนควบคุมภาพ ซึ่งช่วยประมวลผลและส่งภาพจากกล้องให้มีความชัดเจน คอนโซลของศัลยแพทย์ จุดที่ศัลยแพทย์ใช้ควบคุมหุ่นยนต์เพื่อให้ขยับตามคำสั่ง โดยเฉพาะ “แขนหุ่นยนต์” มีความสามารถในการหมุนได้ทุกทิศทุกทาง มีลักษณะคล้ายข้อมือ ช่วยให้เข้าไปในตำแหน่งของอวัยวะที่ลึกและอยู่ในที่แคบได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ภาพที่ศัลยแพทย์เห็นเป็น ภาพ 3 มิติ ทำให้มองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งระบบยังช่วยให้การเคลื่อนไหวมีความนิ่งและแม่นยำสูงค่อนข้างสูงมาก

สำหรับผู้ป่วย ข้อดีที่เห็นได้ชัดของการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ได้แก่ แผลผ่าตัดเล็ก ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดน้อย ระยะเวลาพักฟื้นสั้นลง กลับบ้านได้เร็ว และสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว



สำหรับศัลยแพทย์ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การผ่าตัด “ง่ายขึ้น” โดยเฉพาะในหัตถการที่ซับซ้อน อีกทั้งยังช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถผ่าน Learning Curve หรือกระบวนการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับการผ่าตัดผ่านกล้องแบบวิธีเดิม

ปัจจุบัน การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดของโรงพยาบาลจะเน้นในกลุ่มผู้ป่วย มะเร็งเป็นหลัก ได้แก่มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ หรือมะเร็งตับอ่อน และในอนาคต โรงพยาบาลมีแผนที่จะขยายการให้บริการไปสู่กลุ่มผู้ป่วยและโรคอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น โรคปอด โรคไส้เลื่อน รวมถึงโรคอ้วน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงทางเลือกการรักษาที่หลากหลายและเหมาะสมกับภาวะโรคมากยิ่งขึ้น

da Vinci จึงไม่ใช่เพียง “เทคโนโลยีล้ำสมัย” แต่เป็นอีกหนึ่งก้าวของการยกระดับการรักษา ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำ เพิ่มความปลอดภัย และเพิ่มโอกาสการฟื้นตัวที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วยพร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติในการพัฒนาบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง